เศรษฐกิจ
ไทยชู 'ลองจีวีตี้ อีโคโนมี' เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่
ผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่ด้านการท่องเที่ยวผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพระดับโลก โดยมุ่งเน้นที่ 'เศรษฐกิจแห่งความยืนยาว' เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต
ในการสัมมนา 'นิวทัวริซึ่ม นิวอีโคโนมี่' ที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมได้ชูประเด็น 'ลองจีวีตี้ อีโคโนมี' (Longevity Economy) หรือเศรษฐกิจแห่งความยืนยาว ให้เป็นเครื่องยนต์ใหม่ที่สำคัญสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย ตามรายงานของมติชนออนไลน์ นายศุภวุฒิ สายเชื้อ นักเศรษฐศาสตร์ ได้เสนอแนวทาง 4 ข้อเพื่อตอกย้ำสถานะของไทยในการเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพ (Wellness Hub) ระดับโลก
สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนี้บ่งชี้ถึงโอกาสในการเพิ่มบริการด้านสุขภาพที่มีคุณภาพสูง โครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ และสถานพักฟื้นสุขภาพเฉพาะทางทั่วประเทศ นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยืนยันว่าหน่วยงานกำลังให้ความสำคัญกับโครงการทางเศรษฐกิจที่เน้นด้านสุขภาพอย่างจริงจัง เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มองหาโซลูชันด้านสุขภาพในระยะยาว
แม้ว่าการสัมมนาดังกล่าวจะวางวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ในการบูรณาการเรื่องความยืนยาวเข้ากับกรอบการท่องเที่ยวระดับชาติ แต่การนำนโยบายไปปฏิบัติจริงและกรอบเวลาของโครงการเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าข้อเสนอเหล่านี้จะถูกเปลี่ยนเป็นกฎระเบียบของรัฐบาลและการลงทุนจากภาคเอกชนอย่างเป็นรูปธรรมอย่างไร ในขณะที่ประเทศไทยยังคงมุ่งเน้นไปที่การท่องเที่ยวที่มีมูลค่าสูง การให้ความสำคัญกับความยืนยาวอาจช่วยนิยามเสน่ห์ของประเทศใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มองหามากกว่าแค่การท่องเที่ยวพักผ่อนแบบดั้งเดิม
แปลจากภาษา: ภาษาไทย
SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด